Fashion History เครื่องประดับสุภาพบุรุษกับ ไอเท็มแห่งความแฟชั่นที่กำลังจะถูกลืม!

Fashion History เครื่องประดับสุภาพบุรุษกับ ไอเท็มแห่งความแฟชั่นที่กำลังจะถูกลืม!

Whatever happened to codpieces?


CODPIECE > ไอเท็มเครื่องแต่งกาย แห่งบุรุษที่มีความหรูหรา เป็นแฟชั่นสำหรับเหล่าขุนนาง ราชวงศ์ชั้นสูง ได้รับความนิยมในช่วง ศตวรรษที่ 15 และ 16  แต่ในยุคปัจจุบันจะดูเหมือนว่า แฟชั่นเครื่องแต่งกายชนิดนี้แทบไม่มีให้เห็นกับแฟชั่นเทรน์ 2019 อีกแล้ว แน่นอนครับว่าคงจะมีหนุ่มๆ หลายท่าน อาจจะยังไม่รู้จักไอเท็มบุรุษไอเท็มนี้ ว่าที่จริงแล้วมันคือเครื่องแต่งกายที่นิยมสวมใส่ในส่วนใดกันแน่ Codpiece’ ถูกออกแบบมาเพื่อสวมใส่เพื่อตกแต่งรูปทรงของเครื่องแต่งกายในส่วนของ“อวัยวะเพศชาย”นั่นเองครับ หรือจะเรียกว่าชุดชั้นในสมัยโบราณก็ไม่น่าแปลก โดยจะมีสัดส่วนระหว่างช่วงขาหนีบทั้งสองข้าง แต่เดิมทีจะเน้นการดีไซน์รูปทรงโดยใช้เนื้อผ้าให้มีรูปทรงสามเหลี่ยม แล้วจึงเปลี่ยนมาเป็นรูปทรงอื่นๆ ที่มีความโดดเด่นมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม แน่นอนว่าสำหรับยุคสมัยก่อนหน้านี้นั้น มันถูกหยิบมาเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการแต่งกายสำหรับผู้ชายในหลากหลายระดับสังคมต่อเนื่อง มาจนถึงช่วง “ปลายยุค 1500” จึงกลายเป็นเครื่องแต่งกายที่ใช้สำหรับชุด“ขุนนาง” พร้อมดีไซน์ที่มาพร้อมกับเกราะชุดโลหะอย่างเต็มรูปแบบ

ASCOT > เครื่องแต่งกายสุดคลาสสิคที่เรียกว่ายังพอมีหลงเหลือให้เห็นกันอยู่บ้าง สำหรับแฟชั่นเทรน์การแต่งตัวของคุณบุรุษในยุคนี้ แน่นอนว่า “Ascot” คือไอเท็มที่มักจะถูกหยิบขึ้นมาสวมใส่ในงานสไตล์ที่มีรูปแบบของความทางการ หรือแบบผู้ชายที่ชื่นชอบสไตล์การแต่งตัวที่มีความวินเทจย้อนยุคเล็กน้อย ที่เห็นกันบ่อยครั้งก็น่าจะเป็นงานในสไตล์ชุดสูทงานแต่ง โดยได้รับอารยธรรมของการแต่งตัวด้วยไอเท็มเสริมชิ้นนี้มาจากราชวงศ์อังกฤษสืบทอดกันมา ซึ่งเหล่าขุนนางจะนิยมสวมใส่สำหรับการแข่งม้า หรือมื้ออาหารกลางวันสุดหรู ถือเป็นเครื่องแต่งกายที่ไม่ได้ให้สไตล์ที่ทางการเท่าสมัยนี้ แต่ยังคงถือเป็นเครื่องแต่งกายสไตล์ลำลองที่ไม่เป็นทางการมากและสวมใส่กันอย่างแพร่หลายสำหรับแฟชั่นสมัยก่อน สำหรับสไตล์การแต่งตัวในปัจจุบันก็จะนิยมสวมใส่ Ascot ให้แมทซ์เข้ากับชุดสไตล์ทางการ อย่างชุดสูท (SUITS) เพื่อเสริมภาพลักษณ์ในสไตล์ที่ต้องการความหรูหรา เช่นเดียวกับ Necktie Bowtie โดยอาจจะเลือกสวมใส่ Ascot แทนนั่นเอง ส่วนดีไซน์ของเจ้า Ascot นั่น ก็จะมีหลากหลายดีไซน์รวมถึงจุดเด่นของไอเท็มเสริมตัวนี้ คือลวดลายกราฟฟิคที่มีลวดลายและสีสันอย่างชัดเจน เพื่อความสง่างามที่เพอร์เฟคที่สุด

The Monocle’See From the Peanut Gallery > ดีไซน์แว่นสุดวินเทจและย้อนยุคสุดๆ ที่มาในรูปทรงของแว่นตาข้างเดียว ที่ไอเท็มนี้จะถูกใช้เมื่อมีการอ่านข้อความขนาดเล็กที่อยู่ภายใต้การแกะสลักในอดีต แต่เดี๋ยวก่อนครับสำหรับไอเท็มสุดพิเศษนี้ เป็นไอเท็มสำหรับชนชั้นสูงในสมัยนั้น เนื่องจากเหล่าขุนนางจำเป็นต้องติดต่อธุรกิจเป็นหลัก จึงนิยมสวมใส่ในสังคมชั้นสูง ซึ่งถือว่าราคาค่อนข้างสูงเลยทีเดียว เปรียบเทียบสำหรับสมัยนี้ก็จะมีฟังค์ชั่นการใช้งาน แบบแว่นสายตาที่ถูกพัฒนามาอย่างยาวนานจากยุคก่อนนั่นเองหล่ะครับ ซึ่งแน่นอนว่าทุกวันนี้คนส่วนใหญ่มักจะสวมแว่นตาและคอนแทคเลนส์มากกว่าแบบแว่นเดี่ยว แบบ Monocle’See ไปเป็นที่เรียบร้อย

The Walking Stick – Before There Was “BDE” >
การออกแบบรูปทรงเนื้อไม้ที่มีความแข็งแร็งอย่างไม้เกาลัด หรือไม่ชนิดอื่นๆ พร้อมการตกแต่งเสริมหัวไม้ด้วยด้ามจับจากอัญมณีต่างๆ รวมถึง”งาช้าง” แน่นอนว่า เป็นไอเท็มเครื่องประดับของเหล่าชนชั้นสูงในยุคสมัยอดีต ผู้มีชาติมีตระกูลและมีความมั่งคั่ง ตั้งแต่ปี 1600-1800 เป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ที่บ่งบอกถึงฐานะทางสังคมได้อย่างยอดเยี่ยม สามารถใช้ถือได้อย่างหลากหลายโอกาศสำคัญ ในทุกๆ ช่วงเวลา ทั้งกลางวันและกลางคืน นอกจากจะเป็นตัวบ่งบอกถึงฐานะดังที่กล่าวมาแล้วนั้น ยังแสดงให้เห็นถึงความมีอิทธิพลอีกด้วย เป็นเครื่องประดับคู่กายของเหล่าบุรุษในอดีต ซึ่งแตกต่างจากยุคสมัยในปัจจุบัน ที่การถือไม้เท้าเช่นนี้ ถูกดัดแปลงรูปแบบและใช้สำหรับเป็นที่ผยุงทรงตัว หรือที่เราเรียกกันว่า”ไม้เท้า” แต่สไตล์ของ Walking Stick ยังถูกนำมาใช้สำหรับ คุณบุรุษที่ชื่นชอบสไตล์การแต่งตัวในแนวย้อนยุคที่มีความคลาสสิค หรือสำหรับชุดสูทที่ให้ดีไซน์แห่งความทางการสูงสุด อาทิเช่น Morning suit ,Wedding Suits งานแต่ง  หรืองานเลี้ยงสังสรรค์สำหรับเหล่าเซลเลบริตี้คนดังทั่วโลก กลับกลายมาเป็นแฟชั่นเทรน์ที่ต้องขอบอกว่า น่าสนใจทีเดียวครับ กับเครื่องประดับสุดหรูชิ้นนี้

The Pocket Watch > รูปแบบดีไซน์ของเครื่องประดับสำหรับคุณบุรุษอีกชิ้นหนึ่ง หรือที่เราคุ้นตา ที่เรียกว่า “นาฬิกาแบบพกพา” ซึ่งฟังค์ของการใช้งานในยุคก่อนนั้น ก็มีไว้เพื่อดูเวลาเช่นกัน แต่ดีไซน์ที่ให้ความพิเศษของเครื่องประดับชิ้นนี้ นั่นก็คือสายโซ่ขนาดยาวที่สามารถพกติดตัวสำหรับเครื่องแต่งกายบุรุษได้อย่างดี ทั้งในส่วนการคล้องบริเวณหัวเข็มขัดเพื่อป้องกันการตกหล่น หรือการดีไซน์ที่มาพร้อมรูปแบบของสปริง ทั้งนี้ดีไซน์ของเครื่องแต่งกายของบุรุษในสมัยนั้น ยังจะนิยมดีไซน์การตัดเย็บเครื่องแต่งกาย โดยมีการคัตติ้งช่องพิเศษสำหรับการพกพา “Pocket Watch” โดยเฉพาะ และส่วนมากจะพบเห็นได้ในสไตล์ของชุด “Suits” โดยจะตกแต่งไว้ด้านในตัวสูทเป็นช่องเล็กๆ ที่มีขนาดสำหรับใส่ Pocket Watch ได้อย่างพอดี อีกทั้งเครื่องประดับชิ้นนี้ ยังเป็นตัวบ่งบอกฐานะและรสนิยมของผู้สวมใส่ได้เป็นอย่างดี เนื่องด้วยจะค่อนข้างเป็นเครื่องประดับที่มีราคาสูง อาจจะเป็นเครื่องประดับตกทอดจากครอบครัว รุ่นสู่รุ่น! ส่วนใหญ่จะพบเห็นได้ในดีไซน์ที่ผลิตจากโลหะชนิดต่างๆที่มีมูลค่า และตกแต่งรายล้อมไปด้วยอัญมณีที่มีราคาเช่นกัน สำหรับในช่วง ทศวรรษที่ 1930 และ 1940 ได้แพร่หลายและเป็นไอเท็มที่บ่งบอกถึงไลฟ์สไตล์รสนิยมความชื่นชอบส่วนตัว และบ่งบอกถึงความมั่งคั่งอีกด้วย / แต่ในปัจจุบัน ดีไซน์ของนาฬิกาชนิดนี้ เริ่มเป็นไอเท็มเครื่องแต่งกายที่หายากมากขึ้น เนื่องจากยุคสมัยนี้เราสามารถดูเวลาผ่านนาฬิกาข้อมือ หรือแม้กระทั่งสมาร์ทโฟน เพื่อเป็นตัวบ่งบอกเวลาแทน Pocket Watch นั่นเอง

The Top Hat – Silly Human, Top Hats are for Rabbits
ดีไซน์ของรูปทรงหมวกทรงสูง ที่มีโครงสร้างที่แข็ง ปลายหมวกจะมีลักษณะแบนและปีกกว้าง นิยมสวมใส่สำหรับบุรุษในทุกชนชั้นในปี 1800 และแพร่หลายมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นเครื่องแต่งกายสำหรับ ตำรวจ บุรุษไปรษณีย์ ! และสำหรับยุคสมัยของสงครามโลกครั้งที่ 2 หวกชนิดนี้ถูกสวมใส่โดยกลุ่มคนที่ทำหน้าที่ทางการเมือง รวมถึงเหล่าประธานาธิบดีต่างๆ ในอดีตจนถึงปัจจุบัน เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ จนมาถึงวิวัฒนาการในการดีไซน์เพื่อการสวมใส่ที่ง่ายมากยิ่งขึ้น ออกแบบในรูปทรงที่ให้ความผ่อนคลายกว่า จากวัสดุอื่นๆ อีกหลากหลายสไตล์มากยิ่งขึ้น จนกลายเป็นไอเท็มหมวกสุดวินเทจ ที่ยังไม่ได้รับความนิยมในกลุ่มเหล่าคนดัง ในงานสังสรรค์และแฟนซีต่างๆ รวมถึงเหล่าทหารของนาๆประเทศทั่วโลกอีกเช่นกัน

www.menoption.com

AOM

Editorial team of MenOption for Men section which working space is around with the laugh and love of family :)